ทีมไทยโปโลคว้าแชมป์ “ปริ้นเซสคัพ บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2569” ฉลองวาระครบรอบ 20 ปี
ปิดฉากลงอย่างงดงามและสมเกียรติ สำหรับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลระดับนานาชาติ “Princess’s Cup B.Grimm Thai Polo Open 2026” หรือ ปริ้นเซสคัพ บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2569 ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี ในวาระพิเศษแห่งการจัดการแข่งขัน ครบรอบ 20 ปี ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักและอบอวลด้วยมิตรภาพของผู้รักกีฬาขี่ม้าโปโลจากนานาประเทศ


การแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นเพื่อชิง ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนับเป็นหนึ่งในรายการขี่ม้าโปโลการกุศลที่ทรงเกียรติและได้รับการยอมรับอย่างสูงในภูมิภาคเอเชีย โดยในปีนี้มีทีมโปโลจากหลายประเทศเข้าร่วมสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับการแข่งขัน

ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปรากฏว่า ทีมไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย โชว์ฟอร์มแข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยชั้นเชิง สามารถเอาชนะ ทีม Duc de Praslin จากเบลเยียม คว้าแชมป์และถ้วยพระราชทานไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ขณะที่ ทีม 22BR จากฮ่องกง คว้าอันดับที่สาม โดยตลอดการแข่งขันมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ ไทยโปโล (ประเทศไทย), Duc de Praslin (เบลเยียม), 22BR (ฮ่องกง) และ Fast Fish (สาธารณรัฐประชาชนจีน)


ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ การแข่งขัน ปริ้นเซสคัพ บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น มิได้เป็นเพียงเวทีแห่งการประชันฝีมือของนักกีฬาขี่ม้าโปโลระดับนานาชาติเท่านั้น หากยังเป็นกิจกรรมการกุศลที่มีบทบาทสำคัญในการ ระดมทุนสนับสนุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพ ให้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา โดยเฉพาะการส่งเสริมระบบ อาชีวศึกษาควบคู่การฝึกงาน (Dual Vocational Education) ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ


นอกจากความเข้มข้นของการแข่งขันในสนาม ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลายที่สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกเพศทุกวัย อาทิ การแข่งขันโชว์จัมพ์ปิ้ง กิจกรรมจากซุ้มการกุศลและพันธมิตร กิจกรรมขี่ม้าโพนี่และให้อาหารม้าสำหรับเด็กและครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกีฬาขี่ม้าโปโลอย่าง “การกลบย่ำสนามกลบหลุมหญ้า” Stomping of Divots) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมและสัมผัสบรรยากาศของการแข่งขันอย่างใกล้ชิด
การแข่งขันครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงการผสาน กีฬา การกุศล และสังคม เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางกีฬาขี่ม้าโปโลระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง





