โรบินสันไลฟ์สไตล์ เดินหน้ากลยุทธ์ Lifestyle & Experiential Community ปรับโฉม 13 สาขา ดึงกว่า 200 แบรนด์ใหม่ พร้อมพัฒนาโมเดลธุรกิจเชื่อมเศรษฐกิจท้องถิ่น เจาะลึกทิศทางค้าปลีกไทยปี 2569
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของธุรกิจค้าปลีก โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าเปิดเกมรุกด้วยการปรับบทบาทศูนย์การค้าสู่ “Lifestyle & Experiential Community” อย่างชัดเจน สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่เน้นการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคควบคู่กับการขยายฐานแบรนด์ใหม่
กลยุทธ์ดังกล่าวถูกขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Customer-centric ผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ การปรับปรุงศูนย์การค้ารวม 13 สาขาทั่วประเทศ การดึงแบรนด์ใหม่กว่า 200 แบรนด์เข้ามาเสริมความหลากหลาย การพัฒนารูปแบบประสบการณ์ใหม่ เช่น Outdoor Zone, Night Market, Food Haven และ Sunday Playland ตลอดจนการออกแบบกิจกรรมการตลาดให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงสะท้อนความพยายามในการสร้างความแตกต่างในตลาด แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อรองรับแผนรุกในปี 2569 ซึ่งจะเป็นอีกบททดสอบว่าโมเดล “Community + Experience” จะสามารถต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด
คุณเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นช่วงเวลาที่องค์กรเร่งปรับบทบาทศูนย์การค้าจาก “พื้นที่ค้าปลีก” สู่ “พื้นที่ประสบการณ์” โดยเน้นการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มากขึ้น
“เราไม่ได้มองศูนย์การค้าเป็นเพียงสถานที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้เวลาร่วมกัน สร้างประสบการณ์ และเชื่อมโยงกับชุมชนได้จริง ซึ่งแนวทางนี้ยังช่วยสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และต่อยอดไปสู่การสร้าง Brand Love ในระยะยาว”
สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนเดินหน้าสู่ Mall Transformation อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโครงการและโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“ทิศทางต่อจากนี้จะเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ทำมา โดยเน้นทั้งการสร้างความแตกต่างและความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว” คุณเลิศวิทย์ กล่าว

ยกระดับ 13 สาขา สร้างมาตรฐานใหม่ของศูนย์การค้า
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในปี 2568 คือ การเร่งปรับปรุงและยกระดับศูนย์การค้ารวมกว่า 13 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการทยอยดำเนินการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนแนวคิด “Mall Transformation” ที่มุ่งปรับบทบาทศูนย์การค้าให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงการรีโนเวทพื้นที่ แต่รวมถึงการออกแบบประสบการณ์ การจัดวาง Tenant Mix และการสร้างบรรยากาศให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่
ในปี 2568 สาขาที่ผ่านการปรับโฉมขนาดใหญ่ (Major Renovation) และเปิดให้บริการแล้ว ได้แก่ สาขาราชบุรี และสาขาสระบุรี ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาในระยะต่อไปได้อย่างชัดเจน

สำหรับสาขาราชบุรีที่ปรับโฉมใหม่ ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Have a Slice Day” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตในแต่ละวันให้หลากหลายและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความทันสมัย สดใส และเชื่อมโยงกับองค์ประกอบของธรรมชาติ เช่น แสงและบรรยากาศโดยรอบ เพื่อเสริมความรู้สึกผ่อนคลายควบคู่กับไลฟ์สไตล์เมือง
ในเชิงกลยุทธ์ การปรับโฉมครั้งนี้สะท้อนการจัดวาง Merchandise Mix ใหม่ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นโซนหลัก ได้แก่ กลุ่มอาหารและไลฟ์สไตล์ (The Gourmet Slice) กลุ่มแฟชั่น (The Style Slice) และกลุ่มความบันเทิง (The Fun Slice) ซึ่งรวมพื้นที่อย่าง Sunday Playland ฟิตเนส และโรงภาพยนตร์
แนวทางดังกล่าวช่วยขยายบทบาทศูนย์การค้าจาก “พื้นที่จับจ่าย” สู่ “พื้นที่ใช้เวลา” สำหรับทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญของศูนย์การค้าระดับภูมิภาค

สระบุรี: โมเดล “ศูนย์กลางเศรษฐกิจเมือง” ที่ชัดขึ้น
ขณะที่สาขาสระบุรี ถูกปรับโฉมภายใต้แนวคิด “Energize the Heart of Saraburi” โดยมุ่งยกระดับศูนย์การค้าให้ทำหน้าที่มากกว่าแค่พื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง ผ่านการรีดีไซน์โซนนิ่งใหม่ ขยายความหลากหลายของร้านค้า และพัฒนาโซนสำคัญอย่าง Sunday Playland และ Food Haven ให้ตอบโจทย์ทั้งแบรนด์ระดับประเทศและร้านท้องถิ่น
พร้อมกันนี้ยังมีการเสริมโซนไอที แฟชั่น และบริการ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง EV Hub เพื่อรองรับทั้งผู้บริโภคในพื้นที่และนักเดินทางยุคใหม่
การปรับโฉมของทั้งราชบุรีและสระบุรี จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับภาพลักษณ์ แต่สะท้อนการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Lifestyle & Experiential Community” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตจริงในแต่ละจังหวัด

ดึงกว่า 200 แบรนด์ เติมเต็ม “Lifestyle Hub” ครบวงจร
อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการเสริมความแข็งแกร่งด้าน Merchandise Mix ผ่านการดึงแบรนด์ใหม่กว่า 200 แบรนด์ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและยกระดับประสบการณ์ในทุกมิติของไลฟ์สไตล์
โดยโฟกัสหลักแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
- Food & Restaurant: เสริมร้านอาหารยอดนิยมและแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าชัดเจน
- Light Food & Beverage: ตอบโจทย์เทรนด์คาเฟ่และของว่าง
- IT & Technology: รองรับพฤติกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์
- Fashion & Beauty: อัปเดตเทรนด์และเพิ่มทางเลือกด้านภาพลักษณ์
การขยายพอร์ตในลักษณะนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนร้านค้า แต่ยังช่วย “จัดสมดุลประสบการณ์” ระหว่างการช้อป กิน และใช้เวลา ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาไปสู่ Lifestyle Hub

โมเดลใหม่: เชื่อมเศรษฐกิจท้องถิ่น + เพิ่มเวลาใช้งานศูนย์การค้า
นอกเหนือจากการรีโนเวตและเพิ่มแบรนด์ โรบินสันไลฟ์สไตล์ยังพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อเชื่อมโยง Ecosystem ระหว่างลูกค้า ผู้ประกอบการ และชุมชน ได้แก่
- Outdoor Zone: เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจท้องถิ่นเข้าถึงทำเลศักยภาพ และเชื่อมทราฟฟิกกับศูนย์การค้า
- Lifestyle Mall x Night Market: ขยายช่วงเวลาใช้งานสู่ช่วงเย็น-ค่ำ เพิ่มทราฟฟิกและโอกาสทางรายได้
- Food Haven: ยกระดับศูนย์อาหารสู่ Dining Experience ที่รวมแบรนด์ใหญ่และร้านดังท้องถิ่น
- Sunday Playland: เสริมฐานลูกค้าครอบครัว และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ
โมเดลเหล่านี้สะท้อนการปรับบทบาทศูนย์การค้าจาก “Destination เพื่อซื้อสินค้า” ไปสู่ “พื้นที่ใช้เวลา” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่

Customer-Centric: จาก Traffic สู่ Brand Love
ในด้านการตลาด โรบินสันไลฟ์สไตล์ยังคงขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Customer-Centric โดยเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกเครือ เพื่อสร้าง Marketing Ecosystem ที่แข็งแรง และเพิ่มมูลค่าของแต่ละแคมเปญ
การออกแบบกิจกรรมมากกว่า 1,000 อีเวนต์ต่อปี รวมถึงการพัฒนา Loyalty Program และการสร้างพื้นที่ให้เป็น Check-in Destination ล้วนมีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม “ระยะเวลาใช้งาน” และ “ความถี่ในการกลับมา” ของลูกค้า
