ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงานจากความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ยังคงเป็นวาระสำคัญของทุกประเทศ สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงานกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานผ่านกรอบ National Energy Plan (NEP) ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสมัยใหม่ ส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน และยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งแห่งอนาคต รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาคผ่านโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคอาเซียน และความร่วมมือด้านการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดต้นทุนของระบบ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย ASIA Sustainable Energy Week ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อัปเดตเทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดของภูมิภาคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาดงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Driving Sustainable Energy Innovation Through Regional Partnerships” เพื่อเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และเครือข่ายธุรกิจจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน และปล่อยคาร์บอนต่ำ